Get Adobe Flash player

เมนูหลัก

เจาะลึก...หลักโหราศาสตร์

banner-contact2

We have 18 guests online

space-ing

         

 

โหราศาสตร์  เป็นศาสตร์การพยากรณ์ชั้นสูง  ที่ต้องใช้รายละเอียดข้อมูล  ของผู้ที่จะมารับการพยากรณ์  มาทำการคำนวณ  และสิ่งที่จำเป็นต้องใช้  ในการคำนวณจะประกอบไปด้วย

          ๑. วัน/เดือน/ปี  ที่เจ้าชาตาเกิด

          ๒. เวลาที่เจ้าชาตาเกิด (ต้องระบุตามจริง)

          ๓. จังหวัดที่เจ้าชาตาเกิด

 

          ทั้ง ๓ สิ่งนี้มีความสำคัญมาก  เพราะนักโหราศาสตร์จะนำข้อมูลทั้ง ๓ รายการนี้มาทำการคำนวณทางด้านโหราศาสตร์  เสร็จแล้วก็จะทำการตั้งดวงบนจักรราศี  แล้วกำหนดลัคนาของเจ้าชาตาบนจักรราศี (ลัคนาหมายถึง ตัวของเจ้าชาตา  เป็นจุดเริ่มต้นชีวิตของเจ้าชาตา)  เมื่อกำหนดลัคนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ก็จะเริ่มทำการตั้งภพในดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตา  บนจักรราศี  เพื่อที่จะใช้ภพนี้  พยากรณ์วิถีชีวิตของเจ้าชาตา  และทุกสิ่งทุกอย่างในดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตา  ก็จะปรากฏอยู่บนจักรราศีนี้

  

          แต่ถ้าข้อมูลใดผิด  ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะผิดไปหมด  นักโหราศาสตร์คำนวณดวงชาตาชีวิตของคุณ  จากข้อมูลที่คุณบอก  ถ้าข้อมูลไหนที่คนบอกมาผิด  การคำนวณก็ออกมาผิด  การพยากรณ์ก็ผิด  ทุกสิ่งทุกอย่างก็ผิดไปหมด  อย่างที่บอกไงครับว่าโหรไม่ใช่ผู้หยั่งรู้  ที่เขารู้ ที่เขาพยากรณ์ได้ เพราะเขาอ่านดวงชาตาชีวิตของคุณบนจักรราศี  แต่คนที่รู้แน่นอนก็คือคุณ  คุณต้องรู้แน่นอนว่า  สิ่งที่นักโหราศาสตร์  พยากรณ์ออกมาจะไม่เหมือนกับวิถีชีวิตของคุณเลย  และถ้าคุณมั่นใจกับข้อมูลของคุณ (วัน/เดือน/ปี/เวลาที่เกิด) ที่คุณได้ทราบมา  คุณก็จะปรามาสนักโหราศาสตร์ว่า  มั่วมั่ง  พยากรณ์ไม่เห็นถูกเลย

 

          แต่คุณอย่าลืมว่า  ข้อมูลที่คุณรู้มาอาจไม่ใช้ข้อมูลจริงก็ได้  เพราะในสมัยก่อนการบันทึกเวลาเกิด  หรือวันที่เกิดยังไม่สมบูรณ์นัก  เหมือนในสมัยนี้  บางคนเกิดวันหนึ่งแต่ไปแจ้งอีกวันหนึ่ง  หรือจำแต่เวลาเกิดได้คร่าวๆ  หรือคุณพ่อคุณแม่จำเวลาเกิดไม่ได้  เพราะเวลาผ่านไปนานแล้ว  (แม้แค่เกิดมาแล้วรอดปลอดภัยทั้งแม่และลูก มีอวัยวะครบ ๓๒ แล้ว  ยังจะให้ (..ู.) จำเวลาอีกหรือ)  นี่คือปัญหาอีกอย่างหนึ่งของการพยากรณ์  และเรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่สำคัญมากในการพยากรณ์  
 
        ตอนนี้เรามาดูกันว่าข้อผิดพลาดนี้  จะร้ายแรงขนาดไหน  ยกตัวอย่างเจ้าชาตาเกิดวันอาทิตย์ที่  ๒๐ เดือนพฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๐๕  เวลา ๐๖.๐๐ น. จังหวัดกรุงเทพฯ  เราจะนำข้อมูลทั้งหมดนี้ มาคำนวณทางด้านโหราศาสตร์  และเมื่อเราคำนวณดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตาเสร็จแล้ว  เราก็จะเริ่มทำการตั้งดวงชาตาชีวิตของเขาบนจักรราศี  แล้วรูปด้านล่างนี้  เป็นข้อมูลที่ได้ จากการคำนวณทางด้านโหราศาสตร์

 

          หลังจากเราได้รูปดวงชาตาชีวิตของบนจักรราศีแล้ว  เราก็จะเริ่มทำการตั้งภพ  ในดวงชาตาชีวิตของเขาบนจักรราศีต่อไป  ดังรายละเอียดรูปข้างล่างนี้

 

          สังเกตุที่จักรราศีที่ราศีเมษ  มีอักษร “ล” ซึ่งหมายถึงลัคนา  ปรากฏอยู่   ลัคนาเป็นจุดเริ่ม ต้นชีวิตของเจ้าชาตา  เป็นตัวของเจ้าชาตาเอง  ไม่ว่าจะเป็นนิสัย  ใจคอ  ความมุ่งมั่น  ความต้อง การของชีวิตก็จะอยู่ที่นี่  และเป็นจุดที่บอกย้ำว่าเจ้าชาตาเป็นคนราศีเมษ  และจุดนี้จะเป็นจุดเริ่มต้น ในการตั้งภพในดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตา   ซึ่งตามหลักของโหราศาสตร์เราเรียกภพที่มีลัคนาสถิตอยู่นี้ว่า  ภพตนุ  และภพตนุจะเป็นจุดเริ่มต้น  ทีเราจะนำมาใช้ในการพยากรณ์วิถีชีวิตของเจ้าชาตา  และภพต่อไปก็คือ

          ภพกดุมพะ  หมายถึงการเงินของเจ้าชาตา

          ภพสหัชชะ  หมายถึงสังคม  เพื่อนของเจ้าชาตา

          ภพพันธุ     หมายถึงหลักทรัพย์  บ้านที่ดิน รถยนต์ของเจ้าชาตา

          ภพปุตตะ    หมายถึงบุตรบริวารของเจ้าชาตา

          ภพอริ        หมายถึงความเหนื่อยยาก   ศัตรู  คู่แข่งขันของเจ้าชาตา

          ภพปัตนิ     หมายถึงคู่ครอง  การร่วมหุ้นของเจ้าชาตา

          ภพมรณะ    หมายถึงความโศกเศร้า  ความสูญเสียของเจ้าชาตา

          ภพศุภพ      หมายถึงความสำเร็จ  การเดินทางไกลของเจ้าชาตา

          ภพกัมมะ     หมายถึงการงาน  การกระทำของเจ้าชาตา

          ภพลาภะ     หมายถึงโชคลาภ  ความสมหวังของเจ้าชาตา

          ภพวินาสน์   หมายถึงความเสียหาย  สิ่งที่คาดไม่ถึงของเจ้าชาตา

         

          ภพต่างๆ เหล่านี้จะถูกตั้งเรียงต่อกันไป  บนจักรราศี  โดยเวียนไปทางขวา  หรือทวนเข็มนาฬิกา  จนครบทั้งหมด ๑๒  ภพ  และคำพยากรณ์หรือคำทำนายที่อ้างอิงไปตามภพตางๆ  ที่เราตั้งไว้  ก็จะปรากฏออกมาทั้ง ๑๒ ภพ  และถ้าเป็นไปตามข้อมูลที่เจ้าชาตาให้มา  คำพยากรณ์ก็จะถูกต้องและตรงกับวิถีชีวิตของเจ้าชาตา ๑๐๐%   แต่ถ้าไม่ใช่หรือไม่เหมือนเลย  เราลองมาดูปัญหาที่จะเกิดขึ้นกัน

 

          ถ้าเจ้าชาตาจำเวลาตกฟากผิด  และเวลาตกฟากของเจ้าชาตา  ขยับเลื่อนมาเป็นเวลา ๐๖.๑๐ น. ดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตาจะเป็นอย่างไร  เราลองมาดูรูปดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตาบนจักรราศีกัน  ตามรูปข้างล่างนี้

 

          เห็นไหมครับแค่เวลาตกฟากเลื่อนมา ๑๐ นาที  อักษร “ล” หรือที่เราเรียกกันว่า ลัคนา  ก็ขยับมาอยู่ที่ราศีพฤษภแล้ว  แล้วเจ้าชาตาก็จะเปลี่ยนมาเป็นคนราศีพฤษภ  จากเมื่อกี้นี้ยังเป็นคนราศีเมษอยู่เลย  แล้วเรามาดูกันต่อไปว่า  ภพที่เราจะตั้งขึ้นมาแล้ว  จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม  ให้รูปดูรูปข้างล่างดังต่อไปนี้

 

          จากรูปข้างบนจะเห็นว่า  ภพต่างๆ  ก็เปลี่ยนไป  ไม่เหมือนเดิม  จากเดิมภพตนุอยู่ที่ราศีเมษ  แต่หลังจากอักษร “ล” หรือลัคนาย้ายมาอยู่ที่ราศีพฤษภ  ที่ราศีเมษก็จะกลายเป็นภพวินาสน์ (เมื่อกี้ยังเป็นภพตนุ  ซึ่งถือว่าเป็นภพที่ดีอยู่เลย) ส่วนภพวินาสน์เป็นภพแห่งความเสียหาย  สิ่งที่คาดไม่ถึง  ความแอบแฝง  คดีความการจองจำ   ส่วนภพต่างๆ ที่เหลือ  ก็จะถูกขยับเลื่อนตามไปด้วย  เมื่อภพถูกขยับเลื่อนตามไป  เรื่องราวต่างในดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตาก็จะเปลี่ยนไป  รวมถึงคำพยากรณ์ต่างๆ ด้วย  ก็จะไม่เหมือนเดิม  พูดง่ายๆ ก็คือ  เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ว่าได้  เพราะคำพยากรณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ในดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตา  จะถูกอ้างอิงจากภพใหม่  ที่ถูกสร้างขึ้นมาแทน

 

          นี่คือข้อผิดพลาดต่างๆ  ที่อาจเกิดขึ้นได้ในการพยากรณ์  และข้อผิดพลาดนี้จะทำให้คำพยากรณ์ไม่ถูกต้อง  รวมถึงการตั้งชื่อ  การกำหนดฤกษ์มงคลต่างๆ  ก็จะไม่ถูกต้องตามไปด้วยเพราะฉะนั้น  ก่อนที่เจ้าชาตาจะไปตรวจดวงชาตาชีวิต  หรือจะทำการตั้งชื่อ  กำหนดฤกษ์มงคลต่างๆ  เจ้าชาตาจะต้องเตรียมข้อมูลต่างๆ  ให้ถูกต้องก่อน  ไม่ว่าจะเป็น วัน/เดือน/ปีที่เกิด  เวลาตกฟากที่แน่นอน  และจังหวัดที่เจ้าชาตาเกิด  เพื่อคำพยากรณ์ดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตา  การตั้งชื่อ  และการกำหนดฤกษ์มงคลต่างๆ  จะได้ถูกต้อง ๑๐๐%  ตรงกับดวงชาตาชีวิตของเจ้าชาตา

 

          ก่อนจบผู้เขียนขออธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อยว่า  ที่ผู้เขียนใช้คำว่า “โหร” ในบทความของผู้เขียนตลอด ก็เพราะว่า  ผู้ที่เรียนจบโหราศาสตร์แล้ว  เราจะเรียกเขาว่า “โหร”  ไม่เหมือนการพยากรณ์ด้านอื่นๆ  ไม่ว่าเป็น ไพ่ป๊อก  ไพ่ยิปซี  ไพ่ทาโรต์  เลขเจ็ดตัว  กราฟชีวิต  ดูลายมือ และอื่นๆ  ศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้จะถูกเรียกว่าหมอดู  ซึ่งไม่สามารถเทียบเท่ากับโหราศาสตร์ได้เลย  และโหราศาสตร์เป็นศาสตร์การพยากรณ์ศาสตร์เดียว  ที่ได้รับเกียรติสูงสุด  ผู้อ่านอย่าลืมนะครับว่าในสมัยก่อน  ผู้เป็นโหรส่วนใหญ่จะอยู่แต่ในวัง  และกินตำแหน่งขุนนางชั้นสูงด้วย

 

                                               อ. ภพประพัทธ์  ภูมิเมฆินทร์
                                          สงวนลิขสิทธิ์บทความนี้ตามกฏหมาย

 

                           

 

 

 

 

                 

 

 

 

 

in-ling01in-ling02